พื้นไม้เทียมWPC K.S. WOOD
Wood Flooring
รับประกันถึง 25 ปี
พื้นไม้เทียม WPC จาก K.S. WOOD ถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับการใช้งานทั้งภายในและภายนอกอย่างเหนือชั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การใช้เทคโนโลยี Co-Extrusion ที่ช่วยหุ้มปกป้องเนื้อไม้ ทำให้ทนทานต่อแสงแดด ฝน ความชื้น และรอยขีดข่วนได้ดีกว่าไม้ทั่วไป นอกจากนี้ ผิวหน้าลายไม้แบบ Naturale Texture ยังมอบสัมผัสที่ดูเป็นธรรมชาติเหมือนไม้จริง แต่ให้ความแข็งแรงที่เห็นได้ชัดเจนกว่า
ความทนทานที่มาพร้อมมาตรฐานระดับโลก
ยิ่งไปกว่านั้น วัสดุของเรายังตอบโจทย์งานสถาปัตยกรรมและโครงการขนาดใหญ่ เนื่องจากใช้วัสดุรีไซเคิลคุณภาพสูงที่ผ่านมาตรฐานรับรองความยั่งยืนระดับสากล เช่น LEED และ EPD ส่งผลให้ ช่วยสนับสนุนคะแนนอาคารเขียวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเหตุนี้ พื้นไม้เทียมรุ่นนี้จึงมีคุณสมบัติกันน้ำ 100% ปลอดปลวก ไม่ผุพัง หรือบวมพองแม้ใช้งานหนัก พร้อมรับประกันยาวนานถึง 25 ปี
ตอบโจทย์ทุกดีไซน์จากที่พักอาศัยสู่โครงการพรีเมียม
ในส่วนของ การนำไปใช้งาน พื้นไม้เทียม WPC จึงเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับบ้านพักอาศัย คอนโด รีสอร์ต ไปจนถึงร้านอาหาร รวมไปถึง พื้นที่ริมสระว่ายน้ำที่ต้องการความปลอดภัยและความสวยงามในระยะยาว สรุปได้ว่า หากคุณกำลังมองหาวัสดุที่เน้นความสวยงาม แข็งแรง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม K.S. WOOD คือคำตอบที่คุ้มค่าที่สุดครับ
พื้นไม้เทียม WPC จาก KSWOOD ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานทั้งภายในและภายนอก ด้วยเทคโนโลยีการผลิตแบบ Co-Extrusion ที่ช่วยเพิ่มความทนทานต่อแดดฝน ความชื้น และรอยขีดข่วน ผิวหน้าลายไม้ธรรมชาติแบบ Naturale Texture ให้ความรู้สึกเหมือนไม้จริงแต่ทนทานกว่าไม้จริงอย่างเห็นได้ชัด
เหมาะสำหรับพื้นระเบียง พื้นภายนอก พื้นริมสระว่ายน้ำ และพื้นที่ที่ต้องการความแข็งแรงสูง พร้อมการรับประกันนานถึง 25 ปี ใช้วัสดุรีไซเคิลคุณภาพสูงและผ่านมาตรฐานรับรองด้านความยั่งยืนระดับสากล เช่น LEED และ EPD
ซึ่งช่วยสนับสนุนคะแนนอาคารเขียวและออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อมในงานสถาปัตยกรรมและโครงการขนาดใหญ่ ด้วยคุณสมบัติกันน้ำ 100%
ปลอดปลวก ไม่ผุ ไม่บวม และดูแลรักษาง่าย พื้นไม้เทียม WPC จาก KSWOOD จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะทั้งสำหรับบ้านพักอาศัย คอนโด รีสอร์ต ร้านอาหาร ไปจนถึงโครงการก่อสร้างระดับพรีเมียมที่ต้องการวัสดุที่สวยงาม แข็งแรง
และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
พื้นไม้เทียม WPC จาก K.S. WOOD ถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับการใช้งานทั้งภายในและภายนอกอย่างเหนือชั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การใช้เทคโนโลยี Co-Extrusion ที่ช่วยหุ้มปกป้องเนื้อไม้ ทำให้ทนทานต่อแสงแดด ฝน ความชื้น และรอยขีดข่วนได้ดีกว่าไม้ทั่วไป นอกจากนี้ ผิวหน้าลายไม้แบบ Naturale Texture ยังมอบสัมผัสที่ดูเป็นธรรมชาติเหมือนไม้จริง แต่ให้ความแข็งแรงที่เห็นได้ชัดเจนกว่า
ความทนทานที่มาพร้อมมาตรฐานระดับโลก
ยิ่งไปกว่านั้น วัสดุของเรายังตอบโจทย์งานสถาปัตยกรรมและโครงการขนาดใหญ่ เนื่องจากใช้วัสดุรีไซเคิลคุณภาพสูงที่ผ่านมาตรฐานรับรองความยั่งยืนระดับสากล เช่น LEED และ EPD ส่งผลให้ ช่วยสนับสนุนคะแนนอาคารเขียวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเหตุนี้ พื้นไม้เทียมรุ่นนี้จึงมีคุณสมบัติกันน้ำ 100% ปลอดปลวก ไม่ผุพัง หรือบวมพองแม้ใช้งานหนัก พร้อมรับประกันยาวนานถึง 25 ปี
ตอบโจทย์ทุกดีไซน์จากที่พักอาศัยสู่โครงการพรีเมียม
ในส่วนของ การนำไปใช้งาน พื้นไม้เทียม WPC จึงเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับบ้านพักอาศัย คอนโด รีสอร์ต ไปจนถึงร้านอาหาร รวมไปถึง พื้นที่ริมสระว่ายน้ำที่ต้องการความปลอดภัยและความสวยงามในระยะยาว สรุปได้ว่า หากคุณกำลังมองหาวัสดุที่เน้นความสวยงาม แข็งแรง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม K.S. WOOD คือคำตอบที่คุ้มค่าที่สุดครับ

PRODUCTS
Accessories
จุดเด่นผลิตภัณฑ์
พื้นไม้เทียม WPC จาก K.S. WOOD ถูกพัฒนาให้ตอบโจทย์ทั้งงานภายในและภายนอก ด้วยคุณสมบัติที่เหนือกว่าไม้ทั่วไป ทั้งในด้านความทนทาน ความปลอดภัย และความสวยงามแบบธรรมชาติ จึงเหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหาไม้เทียมปูพื้น ที่ใช้งานได้ระยะยาว
ไม่ว่าจะเป็นงานพื้นไม้เทียมภายใน สำหรับบ้านหรือคอนโด หรือ ไม้เทียมปูพื้นภายนอก เช่น ระเบียง สวน หรือรอบสระว่ายน้ำ ก็สามารถใช้งานได้อย่างมั่นใจ ด้วยวัสดุที่กันน้ำ ปลอดปลวก และทนแดดได้ดี ทำให้เป็นตัวเลือกยอดนิยมในปัจจุบัน

หุ้มด้วยโพลีเมอร์

วงกลมกลวงเล็ก
แข็งแรงได้มาตรฐาน

วงกลมกลวงเล็ก แข็งแรงได้มาตรฐาน

เห็ด รา ไม่ขึ้น

ใช้สำหรับงานภายนอกได้ดี
เปียกนํ้าได้ ไม่บวมนํ้า

ใช้สำหรับงานภายนอกได้ดี เปียกนํ้าได้ ไม่บวมนํ้า

ใช้สำหรับงานภายนอกได้ดี
เปียกนํ้าได้ ไม่บวมนํ้า

ทนทานต่อแสงแดดจ้า
และรังสี UV สีไม่ซีดจาง

ทนทานต่อแสงแดดจ้า และรังสี UV สีไม่ซีดจาง

สวยเหมือนไม้ธรรมชาติ
สัมผัสธรรมชาติได้ในบ้านคุณ

สวยเหมือนไม้ธรรมชาติ สัมผัสธรรมชาติได้ในบ้านคุณ

สวยเหมือนไม้ธรรมชาติ
สัมผัสธรรมชาติได้ในบ้านคุณ

ติดตั้งง่าย ไม่ยุ่งยาก

ติดตั้งง่าย
ไม่ยุ่งยาก

ปลอดภัยไร้เสี้ยนไม้

ไม้ไม่บิด ไม่โก่ง
ไม่แตกหักง่าย

ไม้ไม่บิด ไม่โก่ง
ไม่แตกหักง่าย

ปลวกไม่กินเนื้อไม้

ทนทานต่อล้อเลื่อน
และแรงกระแทก

ทนทานต่อล้อเลื่อนและแรงกระแทก

ทนทานต่อความร้อนได้ดีมาก

ทนทานต่อความร้อน
ได้ดีมาก

ไม่ต้องทาสี
ตลอดอายุการใช้งาน

ไม่ต้องทาสีตลอดอายุการใช้งาน

ระบบคลิปล็อก
ป้องกันการเลื่อนของแผ่นไม้

ระบบคลิปล็อก ป้องกันการเลื่อนของแผ่นไม้

ระบบคลิปล็อก ป้องกัน
การเลื่อนของแผ่นไม้
ระบบมาตรฐานคุณภาพ
พื้นไม้เทียมเคลือบผิวพิเศษ คือการพัฒนาวัสดุปูพื้นไม้เทียม (WPC)
ให้ก้าวไปอีกขั้น ด้วยเทคโนโลยีการเคลือบผิวขั้นสูง ช่วยเพิ่มความทนทาน
ต่อรอยขีดข่วน รังสี UV ความชื้น และคราบสกปรก พร้อมคงความสวยงาม
ของลายไม้ให้ดูเป็นธรรมชาติยาวนาน เหมาะกับทั้งงานพื้นภายนอกและภายใน
ที่ต้องการคุณภาพระดับพรีเมียม
ไม้พื้นสังเคราะห์ หรือพื้นไม้เทียม ถือเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งในด้าน
ความสวยงามและความคุ้มค่าในระยะยาว ด้วยเทคโนโลยีการผลิต
ที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง
ทำให้วัสดุประเภทนี้มีคุณภาพสูงขึ้น สามารถทนต่อสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้ดี จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เจ้าของบ้าน นักออกแบบ และผู้รับเหมาต่างเลือกใช้
พื้นไม้เทียมในการตกแต่งพื้นที่มากขึ้น
ด้วยลักษณะภายนอกคล้ายกับไม้ธรรมชาติแต่มีคุณสมบัติที่เหนือกว่าหลายประการ เช่น ทนต่อความชื้น ปลวก และเชื้อรา รวมถึงมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า
พื้นไม้เทียมจึงเริ่มได้รับความนิยมในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา โดยพัฒนาให้เป็นวัสดุที่สามารถใช้งานได้หลากหลายมากขึ้น ทั้งงานตกแต่งภายใน และภายนอก
พื้นไม้เทียมเคลือบผิวพิเศษ คือการพัฒนาวัสดุปูพื้นไม้เทียม (WPC) ให้ก้าวไปอีกขั้น ด้วยเทคโนโลยีการเคลือบผิวขั้นสูง ช่วยเพิ่มความทนทานต่อรอยขีดข่วน รังสี UV ความชื้น และคราบสกปรก พร้อมคงความสวยงามของลายไม้ให้ดูเป็นธรรมชาติยาวนาน เหมาะกับทั้งงานพื้นภายนอกและภายในที่ต้องการคุณภาพระดับพรีเมียม
ไม้พื้นสังเคราะห์ หรือพื้นไม้เทียม ถือเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งในด้านความสวยงามและความคุ้มค่าในระยะยาว ด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง
ทำให้วัสดุประเภทนี้มีคุณภาพสูงขึ้น สามารถทนต่อสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้ดี จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เจ้าของบ้าน นักออกแบบ และผู้รับเหมาต่างเลือกใช้พื้นไม้เทียมในการตกแต่งพื้นที่มากขึ้น
ด้วยลักษณะภายนอกคล้ายกับไม้ธรรมชาติแต่มีคุณสมบัติที่เหนือกว่าหลายประการ เช่น ทนต่อความชื้น ปลวก และเชื้อรา รวมถึงมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า
พื้นไม้เทียมจึงเริ่มได้รับความนิยมในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา โดยพัฒนาให้เป็นวัสดุที่สามารถใช้งานได้หลากหลายมากขึ้น ทั้งงานตกแต่งภายใน และภายนอก

จุดเด่นของพื้นไม้เทียมเคลือบผิวพิเศษ
1. ผิวแข็งแรง ทนรอยขีดข่วนสูง
การเคลือบผิวพิเศษช่วยเพิ่มความแข็งของผิวหน้า ลดรอยจากการใช้งานจริง
เช่น การเดิน การลากเฟอร์นิเจอร์ หรือการใช้งานในพื้นที่ที่มีคนสัญจรสูง
2. สีสวยยาวนาน ไม่ซีดจางง่าย
พื้นไม้เทียมเคลือบผิวพิเศษถูกออกแบบให้ทนต่อแสงแดดและรังสี UV ได้ดีกว่า
พื้นไม้เทียมทั่วไป ช่วยให้สีไม้ดูสวยสม่ำเสมอ แม้ใช้งานกลางแจ้งเป็นเวลานาน
3. ดูแลรักษาง่าย ไม่ต้องทาสีซ้ำ
ต่างจากไม้จริงที่ต้องขัด ทาสี หรือเคลือบน้ำยาเป็นระยะ พื้นไม้เทียม
เพียงทำความสะอาดตามปกติก็เพียงพอ ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย
4. ผิวสัมผัสและลายไม้สวยเสมือนไม้ธรรมชาติ
พื้นไม้เทียมรุ่นใหม่มีการพัฒนาลวดลายและผิวสัมผัสให้ใกล้เคียงไม้จริง
ทั้งลายเสี้ยนไม้ สีสัน และผิวสัมผัสที่เป็นธรรมชาติ
5. เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
พื้นไม้เทียมช่วยลดการใช้ไม้จากธรรมชาติ ใช้วัสดุรีไซเคิลเป็นส่วนประกอบ
เหมาะกับโครงการที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน (Sustainability)
1. ผิวแข็งแรง ทนรอยขีดข่วนสูง
การเคลือบผิวพิเศษช่วยเพิ่มความแข็งของผิวหน้า ลดรอยจากการใช้งานจริง เช่น การเดิน การลากเฟอร์นิเจอร์ หรือการใช้งานในพื้นที่ที่มีคนสัญจรสูง
2. สีสวยยาวนาน ไม่ซีดจางง่าย
พื้นไม้เทียมเคลือบผิวพิเศษถูกออกแบบให้ทนต่อแสงแดดและรังสี UV ได้ดีกว่าพื้นไม้เทียมทั่วไป ช่วยให้สีไม้ดูสวยสม่ำเสมอ แม้ใช้งานกลางแจ้งเป็นเวลานาน
3. ดูแลรักษาง่าย ไม่ต้องทาสีซ้ำ
ต่างจากไม้จริงที่ต้องขัด ทาสี หรือเคลือบน้ำยาเป็นระยะ พื้นไม้เทียม เพียงทำความสะอาดตามปกติก็เพียงพอ ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย
4. ผิวสัมผัสและลายไม้สวยเสมือนไม้ธรรมชาติ
พื้นไม้เทียมรุ่นใหม่มีการพัฒนาลวดลายและผิวสัมผัสให้ใกล้เคียงไม้จริง ทั้งลายเสี้ยนไม้ สีสัน และผิวสัมผัสที่เป็นธรรมชาติ
5. เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
พื้นไม้เทียมช่วยลดการใช้ไม้จากธรรมชาติ ใช้วัสดุรีไซเคิลเป็นส่วนประกอบเหมาะกับโครงการที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน (Sustainability)

มาตรฐานการทดสอบผลิตภัณฑ์
นอกจากการวิจัยและพัฒนาแล้ว NewTechWood ยังให้ความสำคัญกับการทดสอบผลิตภัณฑ์อย่างเข้มงวด โดยผ่านการทดสอบและรับรองมาตรฐาน
จากสถาบันระดับสากลในหลายด้าน ได้แก่
Blending Test
การทดสอบการดัดโค้งของวัสดุ
Abrasion Test
การทดสอบการรับแรงกดและความทนต่อการสึกหรอ
Scratch Resistance Test
การทดสอบความต้านทานการขีดข่วนของผิวหน้า UltraShield®
Peel Strength Test
การทดสอบความแข็งแรงของการยึดเกาะระหว่างชั้นวัสดุและผิวเคลือบ UltraShield®
Accelerated Weathering Test
การทดสอบความทนทานต่อสภาพอากาศและการผุกร่อนในระยะยาว
Walking Body Voltage Test
การวัดไฟฟ้าสถิตที่เกิดจากการเดินและการเสียดสีระหว่างบุคคลกับพื้นผิว
Pendulum Slip Resistance Test
การทดสอบประสิทธิภาพการป้องกันการลื่น
Kick Board Test
การทดสอบความแข็งแรงของการยึดเกาะผิว UltraShield® ด้วยแรงกระแทก
Boiling Test
การทดสอบความทนทานของวัสดุด้วยการต้มในน้ำเดือด
Freeze-Thaw Cycle Test
การทดสอบความทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ
ด้วยการแช่แข็งและละลายน้ำแข็ง
Chromatic Aberration Test
การตรวจวัดค่าความคลาดเคลื่อนของสีวัสดุ
Falling Mass Impact Resistance Test
การทดสอบความแข็งแรงของวัสดุเมื่อเกิดแรงกระแทก
นอกจากการวิจัยและพัฒนาแล้ว NewTechWood ยังให้ความสำคัญกับการทดสอบผลิตภัณฑ์อย่างเข้มงวด โดยผ่านการทดสอบและรับรองมาตรฐานจากสถาบันระดับสากลในหลายด้าน ได้แก่
Blending Test
การทดสอบการดัดโค้งของวัสดุ
Abrasion Test
การทดสอบการรับแรงกดและความทนต่อการสึกหรอ
Scratch Resistance Test
การทดสอบความต้านทานการขีดข่วนของผิวหน้า UltraShield®
Peel Strength Test
การทดสอบความแข็งแรงของการยึดเกาะระหว่างชั้นวัสดุและผิวเคลือบ UltraShield®
Accelerated Weathering Test
การทดสอบความทนทานต่อสภาพอากาศและการผุกร่อนในระยะยาว
Walking Body Voltage Test
การวัดไฟฟ้าสถิตที่เกิดจากการเดินและการเสียดสีระหว่างบุคคลกับพื้นผิว
Pendulum Slip Resistance Test
การทดสอบประสิทธิภาพการป้องกันการลื่น
Kick Board Test
การทดสอบความแข็งแรงของการยึดเกาะผิว UltraShield® ด้วยแรงกระแทก
Boiling Test
การทดสอบความทนทานของวัสดุด้วยการต้มในน้ำเดือด
Freeze-Thaw Cycle Test
การทดสอบความทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ
ด้วยการแช่แข็งและละลายน้ำแข็ง
Chromatic Aberration Test
การตรวจวัดค่าความคลาดเคลื่อนของสีวัสดุ
Falling Mass Impact Resistance Test
การทดสอบความแข็งแรงของวัสดุเมื่อเกิดแรงกระแทก

ขั้นตอนการติดตั้งพื้นไม้เทียม
การติดตั้ง พื้นไม้เทียม หรือไม้พื้นสังเคราะห์ (WPC / Composite Decking)
ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อความสวยงาม ความแข็งแรง
และอายุการใช้งานของพื้น หากติดตั้งอย่างถูกต้องตามหลักวิศวกรรม
และคำแนะนำของผู้ผลิต จะช่วยลดปัญหาการโก่งงอ น้ำขัง
และการเสื่อมสภาพในระยะยาว
1. การเตรียมพื้นผิวก่อนติดตั้งพื้นไม้เทียม
- ก่อนเริ่มติดตั้ง ควรตรวจสอบและเตรียมพื้นผิวให้เหมาะสม
เพื่อให้พื้นไม้เทียมแนบสนิทและใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ - ตรวจสอบพื้นเดิมให้เรียบเสมอกัน ไม่มีรอยแตกร้าว หลุม หรือเศษวัสดุ
ที่อาจส่งผลต่อความเรียบของพื้น - กรณีติดตั้งบนพื้นคอนกรีต ควรปล่อยให้คอนกรีตแห้งสนิท
และแนะนำให้มีวัสดุป้องกันความชื้น เพื่อป้องกันปัญหาน้ำซึมจากด้านล่าง - หากติดตั้งบนโครงสร้างไม้หรือโครงเหล็ก ควรเลือกใช้โครงสร้างที่แข็งแรง
ได้ระดับ และออกแบบให้รองรับน้ำหนักได้ตามมาตรฐาน
2. การเลือกอุปกรณ์และวัสดุสำหรับติดตั้งพื้นไม้เทียม
- การเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมจะช่วยเพิ่มความแข็งแรง
และยืดอายุการใช้งานของพื้น - ใช้โครงไม้หรือโครงเหล็กกัลวาไนซ์ที่มีความทนทาน
ต่อสภาพอากาศและความชื้น - เลือกใช้สกรูหรือคลิปล็อกที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับพื้นไม้เทียม
เพื่อช่วยลดการแตกร้าวและการโก่งตัวของแผ่นพื้น - วางแผนทิศทางการติดตั้งให้เหมาะสมกับพื้นที่ และคำนึงถึงการไหลของน้ำ
เพื่อป้องกันปัญหาน้ำขังบนพื้นผิว
3. ขั้นตอนการติดตั้งพื้นไม้เทียม
การติดตั้งที่ถูกต้องควรทำตามลำดับขั้นตอนดังนี้
- ติดตั้งโครงตงโดยเว้นระยะห่างตามคำแนะนำของผู้ผลิต
ซึ่งโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 27.5 – 30.5 เซนติเมตร - วางแผ่นพื้นไม้เทียมลงบนโครงตง และยึดด้วยคลิปล็อกหรือสกรูให้แน่น
ตามระบบที่กำหนด - เว้นร่องระหว่างแผ่นพื้นประมาณ 3–5 มิลลิเมตร เพื่อรองรับการขยายตัว
และหดตัวของวัสดุจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ - ตรวจสอบระดับความเรียบของพื้นอย่างสม่ำเสมอ
และปรับแต่งให้แผ่นพื้นแนบสนิทตลอดแนว
4. การเก็บรายละเอียดและตรวจสอบหลังการติดตั้ง
- หลังติดตั้งเสร็จ ควรตรวจสอบงานเพื่อความเรียบร้อย
และความปลอดภัยในการใช้งาน - ตรวจสอบความแน่นของสกรูหรือคลิปล็อกทุกจุด เพื่อให้แน่ใจว่า
พื้นยึดติดแน่น ไม่มีการขยับหรือเกิดช่องว่าง - ติดตั้งบัวปิดขอบหรือบัวกันน้ำบริเวณขอบพื้น เพื่อเพิ่มความเรียบร้อย
และป้องกันน้ำซึมเข้าสู่โครงสร้างด้านล่าง - ทำความสะอาดพื้นไม้เทียมเพื่อกำจัดฝุ่น เศษวัสดุ และคราบสกปรก
ที่เกิดขึ้นระหว่างการติดตั้ง
การติดตั้ง พื้นไม้เทียม หรือไม้พื้นสังเคราะห์ (WPC / Composite Decking) ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อความสวยงาม ความแข็งแรงและอายุการใช้งานของพื้น หากติดตั้งอย่างถูกต้องตามหลักวิศวกรรมและคำแนะนำของผู้ผลิต จะช่วยลดปัญหาการโก่งงอ น้ำขัง
และการเสื่อมสภาพในระยะยาว
1. การเตรียมพื้นผิวก่อนติดตั้งพื้นไม้เทียม
- ก่อนเริ่มติดตั้ง ควรตรวจสอบและเตรียมพื้นผิวให้เหมาะสมเพื่อให้พื้นไม้เทียมแนบสนิทและใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ
- ตรวจสอบพื้นเดิมให้เรียบเสมอกัน ไม่มีรอยแตกร้าว หลุม หรือเศษวัสดุที่อาจส่งผลต่อความเรียบของพื้น
- กรณีติดตั้งบนพื้นคอนกรีต ควรปล่อยให้คอนกรีตแห้งสนิทและแนะนำให้มีวัสดุป้องกันความชื้น เพื่อป้องกันปัญหาน้ำซึมจากด้านล่าง
- หากติดตั้งบนโครงสร้างไม้หรือโครงเหล็ก ควรเลือกใช้โครงสร้างที่แข็งแรงได้ระดับ และออกแบบให้รองรับน้ำหนักได้ตามมาตรฐาน
2. การเลือกอุปกรณ์และวัสดุสำหรับติดตั้งพื้นไม้เทียม
- การเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงและยืดอายุการใช้งานของพื้น
- ใช้โครงไม้หรือโครงเหล็กกัลวาไนซ์ที่มีความทนทานต่อสภาพอากาศและความชื้น
- เลือกใช้สกรูหรือคลิปล็อกที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับพื้นไม้เทียม เพื่อช่วยลดการแตกร้าวและการโก่งตัวของแผ่นพื้น
- วางแผนทิศทางการติดตั้งให้เหมาะสมกับพื้นที่ และคำนึงถึงการไหลของน้ำ เพื่อป้องกันปัญหาน้ำขังบนพื้นผิว
3. ขั้นตอนการติดตั้งพื้นไม้เทียม
การติดตั้งที่ถูกต้องควรทำตามลำดับขั้นตอนดังนี้
- ติดตั้งโครงตงโดยเว้นระยะห่างตามคำแนะนำของผู้ผลิต ซึ่งโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 27.5 – 30.5 เซนติเมตร
- วางแผ่นพื้นไม้เทียมลงบนโครงตง และยึดด้วยคลิปล็อกหรือสกรูให้แน่นตามระบบที่กำหนด
- เว้นร่องระหว่างแผ่นพื้นประมาณ 3–5 มิลลิเมตร เพื่อรองรับการขยายตัวและหดตัวของวัสดุจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ
- ตรวจสอบระดับความเรียบของพื้นอย่างสม่ำเสมอและปรับแต่งให้แผ่นพื้นแนบสนิทตลอดแนว
4. การเก็บรายละเอียดและตรวจสอบหลังการติดตั้ง
- หลังติดตั้งเสร็จ ควรตรวจสอบงานเพื่อความเรียบร้อยและความปลอดภัยในการใช้งาน
- ตรวจสอบความแน่นของสกรูหรือคลิปล็อกทุกจุด เพื่อให้แน่ใจว่าพื้นยึดติดแน่น ไม่มีการขยับหรือเกิดช่องว่าง
- ติดตั้งบัวปิดขอบหรือบัวกันน้ำบริเวณขอบพื้น เพื่อเพิ่มความเรียบร้อยและป้องกันน้ำซึมเข้าสู่โครงสร้างด้านล่าง
- ทำความสะอาดพื้นไม้เทียมเพื่อกำจัดฝุ่น เศษวัสดุ และคราบสกปรกที่เกิดขึ้นระหว่างการติดตั้ง
พื้นไม้เทียม WPC คืออะไร?
พื้นไม้เทียม หรือ ไม้เทียมปูพื้น คือวัสดุปูพื้นที่ผลิตจาก Wood Plastic Composite (WPC) ซึ่งรวมข้อดีของไม้ธรรมชาติและพลาสติกไว้ด้วยกัน ทำให้มีความแข็งแรง ทนทาน กันน้ำ 100% และไม่ผุพัง
จึงเหมาะสำหรับทั้ง
- พื้นไม้เทียมภายใน เช่น ห้องนั่งเล่น คอนโด
- พื้นไม้เทียมภายนอก เช่น ระเบียง สวน หรือรอบสระว่ายน้ำ
พื้นไม้เทียม ราคาตารางเมตร (อัปเดตล่าสุด)
- ไม้พื้นเทียมแบบกลวง → ประมาณ 400 – 700 บาท/ตร.ม.
- ไม้พื้นเทียมแบบตัน → ประมาณ 900 – 1,500 บาท/ตร.ม.
ราคานี้เป็นราคาโดยประมาณสำหรับวัสดุ หากต้องการทราบราคาไม้เทียมปูพื้นภายนอกแบบรวมติดตั้ง แนะนำให้ติดต่อทีมงานเพื่อประเมินหน้างาน
พื้นไม้เทียมเหมาะกับพื้นที่แบบไหน?
- พื้นไม้เทียม wpc ภายใน เหมาะสำหรับบ้าน คอนโด ห้องนั่งเล่น ให้ลุคอบอุ่นเหมือนไม้จริง แต่ดูแลรักษาง่ายกว่า
- พื้นไม้เทียมภายนอก เหมาะสำหรับระเบียง ดาดฟ้า สวน และพื้นที่รอบสระว่ายน้ำ โดยเฉพาะไม้พื้น WPC ที่ทนแดดและฝนได้ดี
ไม้พื้นเทียม vs ไม้จริง เลือกแบบไหนดี?
| คุณสมบัติ | ไม้พื้นเทียม (WPC) | ไม้จริง |
|---|---|---|
| ความทนทาน | ทนแดด ทนฝน ใช้งานได้ทั้งภายในและภายนอก | เสื่อมสภาพง่ายเมื่อโดนแดดและฝน |
| การกันน้ำ | กันน้ำ 100% ไม่บวม | มีโอกาสบวมและผุเมื่อโดนน้ำ |
| ปลวกและแมลง | ปลอดปลวก ไม่เป็นเชื้อรา | เสี่ยงปลวกและแมลงกัดกิน |
| การดูแลรักษา | ไม่ต้องทาสี ดูแลง่าย | ต้องทาสีและดูแลสม่ำเสมอ |
| อายุการใช้งาน | ยาวนาน 10–25 ปี | อายุสั้นกว่า ขึ้นอยู่กับการดูแล |
| ความปลอดภัย | ไม่มีเสี้ยนไม้ ปลอดภัยต่อการใช้งาน | อาจมีเสี้ยนไม้ |
| ความสวยงาม | ลายไม้ธรรมชาติ ใกล้เคียงไม้จริง | สวยแบบธรรมชาติแท้ |
| ราคา | คุ้มค่าในระยะยาว (ราคาตารางเมตรคุ้มกว่า) | ราคาสูง และมีค่า Maintenance เพิ่ม |
หากคุณกำลังมองหาไม้เทียมปูพื้น ที่ใช้งานได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยเฉพาะงานไม้เทียมปูพื้นภายนอก เช่น ระเบียงหรือสวน พื้นไม้เทียม WPC ถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์มากกว่า ทั้งในเรื่องความทนทานและความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับไม้จริง
คำถามที่พบบ่อย
ไม้พื้นสังเคราะห์/พื้นไม้เทียม อายุการใช้งานนานกี่ปี
อายุการใช้งานของพื้นไม้สังเคราะห์/พื้นไม้เทียมนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ทั้งประเภทของวัสดุ คุณภาพของผลิตภัณฑ์ สภาพแวดล้อม และการดูแลรักษา
พื้นไม้เทียม WPC มีอายุการใช้งานโดยเฉลี่ย 10-25 ปี หรือนานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับคุณภาพของวัสดุและการดูแลรักษา
ไม้ไฟเบอร์ซีเมนต์ มีอายุการใช้งาน 10-20 ปีขึ้นไป แต่ต้องหมั่นทำสีเป็นระยะ เนื่องจาก สีลอกล่อนง่ายกว่าเมื่อเทียบกับไม้ WPC
ไม้ไวนิล มีอายุการใช้งานประมาณ 10 ปี โดยประมาณ อายุการใช้งานจะมากกว่านั้นขึ้นอยู่กับ แกนวัสดุที่นำมาประกอบ เช่น แกน SPC และ WPC อายุการใช้งาน จะเพิ่มเป็น 10-20 ปี
ความหนาของ ชั้น Wear Layer ที่ช่วยป้องกันรอยขีดข่วนและการสึกหรอ เป็นอีกตัวช่วยสำคัญ ที่ช่วยยืดอายุการใช้งานให้นานยิ่งขึ้น
อายุการใช้งานของพื้นไม้สังเคราะห์/พื้นไม้เทียมนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ทั้งประเภทของวัสดุ คุณภาพของผลิตภัณฑ์ สภาพแวดล้อม และการดูแลรักษาพื้นไม้เทียม WPC มีอายุการใช้งานโดยเฉลี่ย 10-25 ปี หรือนานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับคุณภาพของวัสดุและการดูแลรักษาไม้ไฟเบอร์ซีเมนต์ มีอายุการใช้งาน 10-20 ปีขึ้นไป แต่ต้องหมั่นทำสีเป็นระยะ เนื่องจาก สีลอกล่อนง่ายกว่าเมื่อเทียบกับไม้ WPC ไม้ไวนิล มีอายุการใช้งานประมาณ 10 ปี โดยประมาณ อายุการใช้งานจะมากกว่านั้นขึ้นอยู่กับ แกนวัสดุที่นำมาประกอบ เช่น แกน SPC และ WPC อายุการใช้งาน จะเพิ่มเป็น 10-20 ปี ความหนาของ ชั้น Wear Layer ที่ช่วยป้องกันรอยขีดข่วนและการสึกหรอ เป็นอีกตัวช่วยสำคัญ ที่ช่วยยืดอายุการใช้งานให้นานยิ่งขึ้น
ไม้พื้นสังเคราะห์/พื้นไม้เทียม แต่ละประเภทเหมาะกับการใช้งานแบบไหน?
พื้นไม้เทียม WPC แบบรุ่นไม่เคลือบผิว เหมาะกับการใช้งานภายใน เนื่องจาก ผิวที่ไม่เคลือบจะไม่เหมาะกับบริเวณที่โดนแดดจัด
การติดตั้งในที่ร่มจะช่วยยืดอายุการใช้งานได้นานขึ้น พื้นไม้เทียม WPC รุ่นเคลือบผิว ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี UltraShield Co-Extrusion
สามารถใช้งานในบริเวณที่โดดแสงแดดจัดทั้งวันได้ เช่น รอบสระว่ายน้ำ ระเบียงกลางแจ้ง ท่าเรือ ฯ
พื้นไม้เทียม WPC แบบรุ่นไม่เคลือบผิว เหมาะกับการใช้งานภายใน เนื่องจาก ผิวที่ไม่เคลือบจะไม่เหมาะกับบริเวณที่โดนแดดจัด การติดตั้งในที่ร่มจะช่วยยืดอายุการใช้งานได้นานขึ้น พื้นไม้เทียม WPC รุ่นเคลือบผิว ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี UltraShield Co-Extrusion สามารถใช้งานในบริเวณที่โดดแสงแดดจัดทั้งวันได้ เช่น รอบสระว่ายน้ำ ระเบียงกลางแจ้ง ท่าเรือ ฯ
ไม้พื้นสังเคราะห์/พื้นไม้เทียมมีข้อเสียอะไรบ้าง
แม้พื้นไม้เทียมจะเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับงานบ้านและงานตกแต่ง แต่ก็มีข้อเสียบางประการที่ผู้ใช้งานควรรู้ก่อนตัดสินใจ
เพื่อให้เลือกประเภทวัสดุได้เหมาะสมกับพื้นที่ เช่น WPC, PVC หรือ SPC
พื้นไม้เทียมบางชนิดซีดจางได้เมื่อโดนแดดจัดโดยเฉพาะรุ่นที่ไม่ได้เคลือบผิว Co-extrusion เมื่อโดนแสง UV ต่อเนื่องหลายปีอาจเกิดสีซีดหรือพื้นผิวด้านลง
วัสดุที่มีส่วนผสมของพลาสติก เช่น WPC มักมีการขยาย-หดตัวเมื่อเจอความร้อน หากติดตั้งไม่ถูกวิธีอาจเกิดการโก่งหรือแอ่นได้
พื้นไม้เทียมต้องใช้วิธีติดตั้งเฉพาะ เช่น การเว้นร่องระบาย การยึดคลิป หรือการติดตั้งบนโครง ทำให้ต้องใช้ทีมงานที่มีประสบการณ์
ราคาสูงกว่าไม้จริงบางประเภท ในบางพื้นที่ที่สามารถหาไม้จริงราคาถูกได้ พื้นไม้เทียมอาจมีราคาสูงกว่า โดยเฉพาะรุ่นที่มีเทคโนโลยีเคลือบผิวพิเศษ
แม้พื้นไม้เทียมจะเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับงานบ้านและงานตกแต่ง แต่ก็มีข้อเสียบางประการที่ผู้ใช้งานควรรู้ก่อนตัดสินใจ เพื่อให้เลือกประเภทวัสดุได้เหมาะสมกับพื้นที่ เช่น WPC, PVC หรือ SPC
พื้นไม้เทียมบางชนิดซีดจางได้เมื่อโดนแดดจัดโดยเฉพาะรุ่นที่ไม่ได้เคลือบผิว Co-extrusion เมื่อโดนแสง UV ต่อเนื่องหลายปีอาจเกิดสีซีดหรือพื้นผิวด้านลง วัสดุที่มีส่วนผสมของพลาสติก เช่น WPC มักมีการขยาย-หดตัวเมื่อเจอความร้อน หากติดตั้งไม่ถูกวิธีอาจเกิดการโก่งหรือแอ่นได้ พื้นไม้เทียมต้องใช้วิธีติดตั้งเฉพาะ เช่น การเว้นร่องระบาย การยึดคลิป หรือการติดตั้งบนโครง ทำให้ต้องใช้ทีมงานที่มีประสบการณ์ ราคาสูงกว่าไม้จริงบางประเภท ในบางพื้นที่ที่สามารถหาไม้จริงราคาถูกได้ พื้นไม้เทียมอาจมีราคาสูงกว่า โดยเฉพาะรุ่นที่มีเทคโนโลยีเคลือบผิวพิเศษ
ไม้พื้นสังเคราะห์/พื้นไม้เทียม ติดตั้งยากไหม?
การติดตั้งไม่ยาก แต่ควรติดตั้งโดยช่างผู้ชำนาญ เพื่อให้ได้งานที่มีคุณภาพและทนทาน สำหรับพื้นไม้เทียมภายนอกของK.S.WOOD
ต้องติดตั้งตามวีธีการติดตั้งที่ผู้ผลิตกำหนดเท่านั้น เพราะเกี่ยวพันถึงเงื่อนไขการรับประกันสินค้าในอนาคต โดยหลักๆแล้วการติดตั้งพื้นไม้เทียมภายนอก
จะเน้นที่การเว้นระยะระหว่างรอยต่อหัวไม้ ที่ 2-3 mm. และรอยต่อระหว่างหัวไม้และผนังปูน ที่อย่างน้อย 5 mm. เพื่อรองรับอัตราการยืดหดและขยายตัว
ตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ของไม้พื้นสังเคราะห์/พื้นไม้เทียม ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ คือการติดตั้งที่ใส่ใจถึงการการยืดอายุการใช้งานของสินค้า
ให้ยาวนานยิ่งขึ้น ทำให้ลูกค้าได้รับความคุ้มค่าจากระยะการใช้งานที่มากขึ้น
การติดตั้งไม่ยาก แต่ควรติดตั้งโดยช่างผู้ชำนาญ เพื่อให้ได้งานที่มีคุณภาพและทนทาน สำหรับพื้นไม้เทียมภายนอกของK.S.WOOD ต้องติดตั้งตามวีธีการติดตั้งที่ผู้ผลิตกำหนดเท่านั้น เพราะเกี่ยวพันถึงเงื่อนไขการรับประกันสินค้าในอนาคต โดยหลักๆแล้วการติดตั้งพื้นไม้เทียมภายนอก จะเน้นที่การเว้นระยะระหว่างรอยต่อหัวไม้ ที่ 2-3 mm. และรอยต่อระหว่างหัวไม้และผนังปูน ที่อย่างน้อย 5 mm. เพื่อรองรับอัตราการยืดหดและขยายตัวตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ของไม้พื้นสังเคราะห์/พื้นไม้เทียม ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ คือการติดตั้งที่ใส่ใจถึงการการยืดอายุการใช้งานของสินค้าให้ยาวนานยิ่งขึ้น ทำให้ลูกค้าได้รับความคุ้มค่าจากระยะการใช้งานที่มากขึ้น



